คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MOR-ASR
เลือกหัวข้อแล้วเปิดอ่านเฉพาะคำตอบที่ต้องใช้
การใช้งานเบื้องต้นASR คืออะไร?
ในบริบทของ MOR-ASR หมายถึง AI Assisted Summary for Medical Records เทคโนโลยีที่ช่วยแปลงเสียงสนทนาทางการแพทย์ให้เป็นข้อความ พร้อมสรุปสาระสำคัญให้อยู่ในรูปแบบที่นำไปใช้ประกอบเวชระเบียนได้
การใช้งานเบื้องต้นMOR-ASR ทำงานอย่างไร?
MOR-ASR ใช้เทคโนโลยี AI Assisted Summary for Medical Records ที่พัฒนาสำหรับงานทางการแพทย์โดยเฉพาะ ระบบสามารถรับเสียงพูดของแพทย์ แปลงและสรุปเป็นข้อความได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมรองรับศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ด้วย AI และ Large Language Model ที่ปรับแต่งกับบริบทการใช้งานจริง
การใช้งานเบื้องต้นเข้าใช้งาน MOR-ASR ได้อย่างไร?
ผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานผ่าน Cariva Space ได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ไปที่เว็บไซต์ http://space.cariva.co.th
- กรอก E-mail และ Password ที่ลงทะเบียนไว้กับ Cariva
- กดปุ่ม Login เพื่อเข้าสู่ระบบและเริ่มใช้งาน
การใช้งานเบื้องต้นMOR-ASR ใช้งานได้กับอุปกรณ์ใดบ้าง?
MOR-ASR สามารถใช้งานผ่าน Web Application ได้บนอุปกรณ์ที่มีเบราว์เซอร์ อินเทอร์เน็ต และไมโครโฟน เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์อื่นที่รองรับการใช้งานเว็บ
สำหรับองค์กรที่ต้องการเชื่อมต่อกับระบบ HIS สามารถพิจารณาการเชื่อมต่อผ่าน SDK ได้
การใช้งานเบื้องต้นรองรับภาษาอะไรบ้าง?
ผลลัพธ์ของ MOR-ASR รองรับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยสามารถคงคำศัพท์ทางการแพทย์ที่เป็นภาษาอังกฤษไว้ได้เมื่อเหมาะสม เช่น ชื่อโรค ยา หัตถการ หรือคำย่อที่แพทย์ใช้ในการบันทึก
การใช้งานเบื้องต้นMOR-ASR มีโหมดการใช้งานอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมีโหมดการใช้งานหลักสำหรับงาน OPD และ IPD ดังนี้
- OPD-Clinical Record ASR สำหรับการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยนอก
- IPD-SOAP ASR สำหรับการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยในตามรูปแบบ SOAP
การใช้งานเบื้องต้นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาหรือไม่?
จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดระยะเวลาที่ใช้งาน เนื่องจากระบบต้องส่งเสียงไปประมวลผลและส่งผลลัพธ์กลับมายังผู้ใช้งาน
การใช้งานเบื้องต้นMOR-ASR แตกต่างจาก Voice to Text ทั่วไปอย่างไร?
Voice to Text ทั่วไปมักเน้นถอดเสียงพูดออกมาเป็นข้อความตามคำพูดที่ได้ยิน โดยไม่ได้จัดรูปแบบหรือสรุปตามบริบททางการแพทย์
MOR-ASR ออกแบบมาเพื่อสรุปข้อมูลสำคัญทางการแพทย์จากเสียงสนทนา และจัดให้อยู่ในรูปแบบ Medical Record ที่แบ่งเป็นส่วนชัดเจน ช่วยให้แพทย์นำไปตรวจทานและใช้ประกอบเวชระเบียนได้สะดวกขึ้น
การใช้งานเบื้องต้นMOR-ASR รองรับคำศัพท์เฉพาะทางการแพทย์หรือไม่?
รองรับ ระบบถูกออกแบบและปรับแต่งให้เข้าใจศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ คำย่อ และบริบทการบันทึกเวชระเบียนมากกว่าระบบถอดเสียงทั่วไป
การใช้งานเบื้องต้นMOR-ASR ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แพทย์อย่างไร?
MOR-ASR ช่วยลดภาระงานเอกสารและการพิมพ์เวชระเบียน ทำให้แพทย์มีเวลาสำหรับการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น โดยมีประโยชน์หลักดังนี้
- ลดเวลาที่ใช้ในการพิมพ์และเรียบเรียงเวชระเบียน
- ลดความเสี่ยงจากการพิมพ์ตกหรือพิมพ์ผิด
- สร้างผลลัพธ์ได้รวดเร็วหลังจบการบันทึกเสียง
- ช่วยให้แพทย์โฟกัสกับการสนทนาและการดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น
การใช้งานเบื้องต้นมีข้อจำกัดในการใช้งาน ASR หรือไม่?
มีข้อควรพิจารณาบางประการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ควรใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนน้อย
- การออกเสียงที่ไม่ชัดเจนอาจส่งผลต่อความแม่นยำ
- สำเนียงหรือรูปแบบการพูดบางลักษณะอาจทำให้ระบบประมวลผลได้ยากขึ้น
- แพทย์ควรตรวจทานผลลัพธ์ก่อนนำไปบันทึกในเวชระเบียนเสมอ
การใช้งานเบื้องต้นสามารถพูดต่อเนื่องได้นานแค่ไหนต่อครั้ง?
โดยทั่วไป MOR-ASR รองรับการพูดต่อเนื่องประมาณ 5-10 นาทีต่อครั้ง ทั้งนี้ระยะเวลาที่เหมาะสมอาจขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน ความยาวของเคส และคุณภาพของอินเทอร์เน็ต
การใช้งานเบื้องต้นMOR-ASR เหมาะกับแผนกหรือสาขาใดบ้าง?
MOR-ASR เหมาะกับงานบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ในหลายสาขา เช่น เวชปฏิบัติทั่วไป อายุรกรรม ศัลยกรรม กุมารเวชศาสตร์ สูตินรีเวช เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และสาขาเฉพาะทางอื่น ๆ
ตัวอย่างสาขาที่รองรับ ได้แก่ Cardiology, Pulmonology, Gastroenterology, Neurology, Nephrology, Oncology, Endocrinology, Dermatology, Allergy and Immunology, Orthopedic, Ophthalmology และ Otolaryngology (ENT)
การใช้งานเบื้องต้นความถูกต้องและความแม่นยำ
การประเมินความแม่นยำของ MOR-ASR ใช้แนวคิด Concept Error Rate โดยให้ความสำคัญกับการเก็บสาระสำคัญทางการแพทย์ให้ครบถ้วน มากกว่าการถอดเสียงทุกคำแบบคำต่อคำ
ผลลัพธ์สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
- กลุ่มสีเขียว: ระบบจับ concept ได้ถูกต้องและไม่จำเป็นต้องแก้ไข
- กลุ่มสีเหลือง: ระบบจับความหมายได้ถูกต้อง แต่ควรปรับภาษา รูปประโยค หรือรายละเอียดเล็กน้อย
- กลุ่มสีแดง: ระบบตีความผิดชัดเจนและควรแก้ไขก่อนใช้งาน
- กลุ่มสีเทา: มี concept ที่ควรถูกสรุป แต่ระบบไม่ได้ถอดหรือสรุปออกมา
ค่าความแม่นยำอาจแตกต่างกันตาม subspecialty ตัวอย่างเช่น General Surgery มีสัดส่วนสีเขียว 91.11%, สีเหลือง 4.44%, สีแดง 2.22% และสีเทา 2.22%
การใช้งานเบื้องต้นโหมด OPD ASR มีรูปแบบการใช้งานอย่างไร?
ในโหมด OPD ASR ผู้ใช้งานกดปุ่มอัดเสียง พูดข้อมูลที่ต้องการบันทึก แล้วกด Submit เพื่อให้ระบบประมวลผล กรณีพูดผิดเล็กน้อย มีการเว้นจังหวะ หรือคิดคำพูดระหว่างบันทึก ไม่จำเป็นต้องหยุดและเริ่มอัดใหม่
หาก workflow ต้องมีช่วงพัก เช่น ตรวจร่างกายก่อนแล้วกลับมาพูดต่อ ผู้ใช้งานสามารถกดหยุดและกลับมาบันทึกต่อได้ตามความเหมาะสม
การใช้งานเบื้องต้นโหมด SOAP ASR มีรูปแบบการใช้งานอย่างไร?
โหมด SOAP ASR ใช้งานคล้ายกับ OPD ASR คือกดบันทึกเสียง พูดข้อมูลที่ต้องการ แล้วกด Submit เพื่อประมวลผล ความแตกต่างคือผลลัพธ์จะถูกจัดอยู่ในรูปแบบ SOAP ได้แก่ S, O, A และ P ซึ่งเหมาะกับการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยในหรือเคสที่ต้องการโครงสร้างแบบ SOAP
ความปลอดภัยของข้อมูลมีการเก็บไฟล์เสียงผู้ใช้หรือไม่?
MOR-ASR ออกแบบให้ประมวลผลไฟล์เสียงเพื่อสร้างผลลัพธ์ตามการใช้งาน และไม่เก็บไฟล์เสียงของผู้ใช้งานไว้หลังจากการประมวลผลเสร็จสิ้น
เทคนิคและระบบหากมีการส่งคำขอประมวลผลจำนวนมากเกินไป จะเกิดผลกระทบอย่างไร?
การส่งคำขอประมวลผลจำนวนมากเกินกว่าที่ระบบหรือข้อตกลงการใช้งานรองรับ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของบริการและข้อจำกัดของระบบฝั่งโรงพยาบาลได้
ในการใช้งานจริงควรกำหนดปริมาณการใช้งาน concurrent และ rate limit ให้เหมาะสมร่วมกับทีม Cariva และทีม IT ของโรงพยาบาล
เทคนิคและระบบระบบจัดการข้อมูลผู้ป่วยอย่างไรระหว่างส่งไฟล์เสียงไปประมวลผล?
โดยหลักการ Cariva ไม่จัดเก็บข้อมูลระบุตัวผู้ป่วยควบคู่กับไฟล์เสียงที่ใช้ประมวลผล ระหว่างการประมวลผล ระบบจะไม่ทราบว่าไฟล์เสียงนั้นเป็นข้อมูลของผู้ป่วยรายใด
เมื่อประมวลผลเสร็จ ระบบจะส่งผลลัพธ์กลับไปยังโรงพยาบาล และโรงพยาบาลเป็นผู้จับคู่ผลลัพธ์กับเวชระเบียนหรือข้อมูลผู้ป่วยในระบบของตนเอง สำหรับรายละเอียดมาตรการความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ ควรประเมินร่วมกับทีม Cariva ตามรูปแบบ integration ที่ใช้งานจริง
เทคนิคและระบบระบบเราเก็บข้อมูลหรือไม่?
MOR-ASR ยึดหลัก Zero Retention สำหรับข้อมูลที่ใช้ประมวลผล กล่าวคือไม่เก็บข้อมูลลูกค้าไว้หลังจากให้บริการเสร็จสิ้น โดยไฟล์เสียงจะถูกลบออกหลังการประมวลผลตามเงื่อนไขการให้บริการที่ตกลงกับลูกค้า
เทคนิคและระบบระบบของเราใช้โมเดลอะไร
ระบบใช้ Large Language Model ที่ Cariva ปรับแต่งเพิ่มเติมสำหรับบริบททางการแพทย์ โดยตั้งต้นจากโมเดล open source และนำมาฝึกกับองค์ความรู้ด้านการแพทย์
กระบวนการทำงานไม่ได้พึ่งเฉพาะ core model เท่านั้น แต่มีทั้งขั้นตอน pre-processing และ post-processing เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์เหมาะกับการใช้งานในเวชระเบียนมากขึ้น
เทคนิคและระบบการประมวลผลนานไหม
ระยะเวลาประมวลผลขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะความเร็วของอินเทอร์เน็ตและความยาวของไฟล์เสียง เนื่องจากระบบต้องอัปโหลดเสียงเพื่อประมวลผลและส่งผลลัพธ์กลับมายังผู้ใช้งาน
เทคนิคและระบบถ้าแพทย์ใช้งานพร้อมกันหลาย ๆ คนจะมีปัญหาช้าหรือเปล่า
ระบบถูกออกแบบให้รองรับการขยายทรัพยากรอัตโนมัติ จึงช่วยลดผลกระทบเมื่อมีแพทย์ใช้งานพร้อมกันหลายคน อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพจริงอาจขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้งาน เงื่อนไขแพ็กเกจ และสภาพแวดล้อมระบบของโรงพยาบาล
เทคนิคและระบบหากมีเสียงรบกวนมาก ๆ ระบบจะรับเสียงได้ไหม และมีผลต่อผลลัพธ์ไหม
เสียงรบกวนที่ดังมากอาจส่งผลต่อคุณภาพการประมวลผลและความแม่นยำของผลลัพธ์ได้ จึงควรใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เสียงชัดเจนที่สุดเท่าที่ทำได้
หากมีคำพูดทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาทางการแพทย์ ระบบถูกออกแบบให้โฟกัสกับ medical terms และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการรักษาเป็นหลัก
เทคนิคและระบบBandwidth ขั้นต่ำที่แนะนำคือเท่าไร?
Bandwidth ที่แนะนำคือประมาณ 100 Mbps โดยอ้างอิงการรองรับการใช้งานประมาณ 10 เคสต่อวินาที ทั้งนี้ควรประเมินร่วมกับปริมาณการใช้งานจริงและสถาปัตยกรรมระบบของโรงพยาบาล
ก่อนเริ่มใช้ MOR-ASR ควรเช็กอะไรบ้าง
สำหรับโรงพยาบาลที่กำลังประเมิน MOR-ASR ประเด็นเหล่านี้ช่วยให้ทีมแพทย์ ทีม IT และผู้ดูแลระบบคุยกันได้ชัดขึ้นก่อนเริ่มทดลองหรือเชื่อมต่อใช้งานจริง
ยังไม่เจอคำตอบที่ต้องการ?
ส่งคำถามเพิ่มให้ทีม CARIVA หรือจองเดโมเพื่อดู MOR-ASR ใน workflow ของโรงพยาบาลจริง
